วันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2554

ประวัติเค้กแต่งงาน




ประวัติเค้กแต่งงาน

ที่มาของการตัดเค้กแต่งงาน ต้องย้อนกันไปยาวถึงสมัยกรีกและโรมันโบราณโน้น ซึ่งสมัยนั้น “เค้กแต่งงาน” จะทำจากแป้งข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เล่ย์ และขนมปัง แล้วนำเค้กมาต่อกันให้สูงที่สุด จากนั้นคู่บ่าวสาว ต้องจูบกันเหนือยอดเค้กตามธรรมเนียมในสมัยนั้น หากเค้กไม่ล้มคว่ำลงมา จะถือว่าคู่บ่าวสาวจะมีชีวิตคู่ที่ยั่งยืน เป็นสุข เค้กแต่งงานจึงได้สืบทอดและใช้กันอย่างแพร่หลายในพิธีแต่งงานมาถึงปัจจุบันนี้
 ปัจจุบันการแต่งงานของคนไทยได้รับวัฒนธรรมตะวันตก เช่นเดียวกับการเป่าเทียนวันเกิด การทำขนมอบได้ เริ่มมีขึ้นตั้งแต่สมัยอยุธยา นับตั้งแต่ชาวตะวันตกได้เข้ามา ทำมาค้าขายและก่อสร้างบ้านเรือนในสมัยพระนารายณ์มหาราช ดังนั้นการตัดเค้กแต่งงานเริ่มแพร่หลายในวงแคบก่อน เช่น ในกลุ่มเชื้อพระวงศ์ที่เคยศึกษาในต่างประเทศหรือชาวต่างประเทศที่พักอาศัยอยู่ในประเทศไทย
ปัจจุบันการแพร่หลายของอาหาร และธรรมเนียมตะวันตกมีมากขึ้น ประกอบกับนโยบายที่ส่งเสริมการลงทุนทางด้านการท่องเที่ยวทำให้มีโรงแรมเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งก่อให้เกิดการขยายตัวในบริการจัดเลี้ยงรวมถึงงานมงคลสมรสด้วย รูปแบบของการจัดเลี้ยงโน้มเอียงไปตามแบบตะวันตก เช่น การเลี้ยงแบบค็อกเทล การดื่มอวยพรและการตัดเค้กแต่งงาน รวมถึงการที่เจ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานยาวสีขาวบริสุทธิ์


พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน

พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน
พระราชนิเวศน์มฤคทายวัน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งของจังหวัดเพชรบุรี เป็นพระราชวังสร้างในสมัยร.6 ที่ ต.ห้วยทรายเหนือ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยเป็นพระตำหนักประทับแรมของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพอพระราชหฤทัยที่สถานที่ที่ตำบลบางควายจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สั่งให้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ใหญ่ใน พ.ศ. 2466 โดยที่เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม) เสนาบดีกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการก่อสร้างและพระองค์ได้ทรงร่างแผนผังการก่อสร้างพระราชนิเวศน์ด้วยพระองค์เอง โดยพระองค์ได้ทรงเพิ่มพระตำหนักฝ่ายใน ทรงเลือกแบบพระราชนิเวศน์เป็นอาคารแบบไม้ชั้นเดียว หลังคาทรงปั้นหยา มุงกระเบื้องสี่เหลี่ยม ใต้ถุนสูง เทพื้นคอนกรีตตลอด โดยที่พระตำหนักต่างๆ ได้แบ่งกระจายกันอยู่เป็นหลังๆ มีรูปทรงแบบเดียวกันหมด แต่ทุกหลังจะมีระเบียงและบันได ส่วนทางเดินจะมีลูกกรงและหลังคาเชื่อมติดต่อถึงกันตลอดเพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเดินติดต่อกันระหว่างพระตำหนักต่างๆ ได้จัดวางห้องบรรทมอยู่กลางติดกับห้องแต่งพระองค์ มีห้องเสวยด้านหลัง มีสะพานทอดออกไปทางด้านขวามือเป็นส่วนของฝ่ายใน ด้านหน้ามีสะพานทอดยาวไปเป็นห้องทรงพระอักษรใกล้ชายหาด
ประวัติ
พระราชนิเวศน์ เมื่อก่อสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวันใกล้เสร็จอย่างสมบูรณ์ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466 เจ้าพระยายมราช เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ผู้อำนวยการก่อสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวันได้มีการตรวจการปลูกสร้างพระราชนิเวศน์มฤคทายวันเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับเสด็จ ในการแปรพระราชฐานในฤดูร้อน พ.ศ. 2467
เมื่อการก่อสร้างพระราชนิเวศน์เสร็จได้พระราชทานนามพระราชนิเวศน์แห่งนี้ว่าพระราชนิเวศน์มฤคทายวันพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงแปรพระราชฐานประทับพระราชนิเวศน์มฤคทายวันในช่วงฤดูร้อน พ.ศ. 2467 เป็นครั้งแรก (วันที่ 22 เมษายน-13 กรกฎาคม) และเสด็จประทับพักผ่อนพระราชอิริยาบถในฤดูร้อน พ.ศ. 2467 เป็นครั้งที่ 2 (วันที่ 12 เมษายน-20 มิถุนายน) ในการเสด็จครั้งนี้พระองค์ทรงงานตลอดเวลา
หลังจากสร้างเสร็จแล้วทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดให้หลวงสมบูรณ์บุรินทร์เป็นหัวหน้าพนักงานรักษาที่พักมฤคทายวัน ต่อมาใน พ.ศ. 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้กองบัญชา การตำรวจตะเวนชายแดนใช้เป็นที่ตั้งศูนย์ฝึกการต่อต้านปราบปรามการก่อความไม่สงบ คือกองกำกับการที่ 1 กองบังคับพิเศษ ในพ.ศ. 2523 หน่วยราชการนี้ได้นามพระราชทานว่า "ค่ายพระรามหก"
นอกจากนี้ได้จัดตั้งมูลนิธิพระราชนิเวศน์มฤคทายวันขึ้นโดยสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดีได้ทรง พระกรุณาโปรดรับไว้ในพระอุปถัมภ์ ปัจจุบันนี้ทางมูลนิธิและค่ายพระรามหก ยังได้เปิดให้ประชาชนได้เข้าชมพระราชนิเวศน์ความสวยงามของพระราชวังแห่งนี้ด้วย
ดังนั้นพระราชนิเวศน์มฤคทายวันถือได้ว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีสถาปัตยกรรมสวยงามแห่งหนึ่ง และยังเป็นสถานที่น่าสนใจให้ความรู้ แก่คนรุ่นหลังสืบต่อไป





วันอังคารที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2554

บอกนิสัยจากกรุ๊ปเลือด

บอกนิสัยจากกรุ๊ปเลือด






 
 

ทายนิสัยคนกรุ๊ปเลือด เอ 

 เป็นคนที่มี ความเชื่อมั่น ในตนเอง จึงไม่ค่อย โต้เถียง หรือแสดง ความคิดเห็น ขัดแย้งกับใคร เพราะเชื่ออยู่เสมอว่า ความคิดของตน ถูกต้องแล้ว จึงไม่ต้องไป ขอความคิดเห็น จากใครอีก แต่ยังดี ที่คนกรุ๊ปเลือด เอ ส่วนมากจะเป็น คนเอาใจเก่งเห็นใจ และตามใจคนอื่นเสมอ ดังนั้น โอกาสที่จะพบว่า เขาไปทำให้ ขุ่นข้องหมองใจนั้น จึงไม่ค่อย ได้ปรากฏ ให้เห็นบ่อยนัก




ทายนิสัยคนกรุ๊ปเลือด บี

ตามตำราท่านว่า ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป บีนั้น จะเป็นบุคคล ที่พร้อมจะหัวเราะ ได้ทุกเวลา เพราะมีนิสัยร่าเริง รักอิสระเสรี ตามใจตัวเอง ไม่แคร์ต่อสายตาประชาชี ใครจะหมั่นไส้ ใครจะค้อนก็ช่าง ฉันพอใจเสียอย่าง ใครจะทำไม เพราะฉะนั้น คนกรุ๊ปเลือด บี จึงชอบทำงาน ประเภท "วันแมนโชว์" คือไม่นิยม เข้าหุ้นกับใคร ลักษณะนิสัย ของคนกรุ๊ปเลือด บี นั้นสามารถจะเป็น ศิลปิน นักประพันธ์ หรือผู้สื่อข่าว ที่ประสบความสำเร็จได้ หรือหากจะทำงาน ในองค์การใหญ่ โอกาสเป็นผู้บริหาร ก็มีมาก ทั้งนี้ก็เพราะ เขาเป็นคนเด็ดเดี่ยว ใจกว้าง และกล้าแสดง ความคิดเห็น อย่างไม่หวั่นเกรงผู้ใด





 ทายนิสัยคนกรุ๊ปเลือด โอ


อันที่จริงนิสัยทั่วไปของคนกรุ๊ปเลือด โอ ก็คล้ายนิสัยของผู้ชายทั่ว ๆ ไปนั่นแหละคือมีความสุขุมรอบคอบ ตัดสินใจด้วยเหตุผล เชื่อมั่นสมองมากกว่าหัวใจ ไม่ชอบเพ้อฝัน และค่อนข้างไปทางวัตถุนิยมหน่อย ๆ ดังนั้น คนที่มีเลือดกรุ๊ป โอ จึงมักเป็นบุคคล ที่มีงานทำเป็นหลักเป็นฐาน แถมหน้าที่การงาน ก็มักจะดีเป็นพิเศษซะด้วย เช่น เป็นทนายความ เป็นผู้ตรวจสอบบัญชี หรืออะไรก็ตาม ที่มีความมั่นคง


ทายนิสัยคนกรุ๊ปเลือด เอบี

คนกรุ๊ปเลือด เอบี เป็นคนแปลก เวลาที่ประสบความสำเร็จ เขาจะผยองลำพอง โอ้อวดความสามารถของตนไปทั่ว แต่ถ้าพบกับความผิดหวัง แม้เพียงน้อยนิด เขาก็จะกลับกลายเป็นคนละคน ปิดประตูลั่นกุญแจ ตีอกชกหัวอยู่คนเดียว มิใยใครจะปลอบใยน ก็ไม่ยอมคลาย ความเศร้าโศก ซึ่งนิสัยประหลาดแบบนี้ แม้แต่เจ้าตัวของคนกรุ๊ปเลือด เอบี เองก็ให้คำอธิบายไม่ได้เหมือนกันว่า เพราะเหตุใดกันแน่ และเพราะความไม่เข้าใจตัวเอง นี่แหละที่ทำให้ บางครั้งก็เกิดปัญหา เช่น เขาไม่สามารถ ควบคุมอารมณ์ หรือความคิดของตนเองได้

อยากบอกแม่ว่า...

อยากบอกแม่ว่า...
หนูดีใจมากที่ได้เกิดเป็นลูกแม่
หนูขอโทษสำหรับทุกๆสิ่งที่เคยทำให้แม่เสียใจ
ถึงแม่ว่าหนูจะไม่ใช่ลูกที่ดีที่สุดแต่หนูจะเป็นลูกที่รักแม่ที่สุด

วันอังคารที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สิทธิเด็ก

สิทธิเด็ก

           
            เด็กทุกคนที่เกิดมา ต้องการความรักและความเอาใจใส่จากพ่อแม่และผู้ใหญ่ในสังคม นอกจากนี้พ่อแม่ ผู้ใหญ่ก็จะต้องปฏิบัติต่อเด็กในฐานะที่เป็นมนุษย์ด้วยกัน ต้องไม่ดูถูกเหยียดหยามเด็กที่มีเชื้อชาติ หรือสีผิว หรือมีฐานะแตกต่างไปจากตน ไม่ว่าจะใช้ความรุนแรงรูปแบบต่างๆ ต่อเด็ก พ่อแม่หรือผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีและกระทำในสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ต่อเด็ก ทั้งนี้เพื่อทำให้เด็กอยู่ในสังคมอย่างมีความสุขและเติบโตเป็นคนดีของสังคม

 
 สิทธิขั้นพื้นฐานของเด็ก

            เด็กทุกคนไม่ว่าจะเป็นเด็กที่ด้อยโอกาสในลักษณะใดก็ตาม เช่น เด็กพิการ เด็กที่ถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน เด็กถูกทารุณกรรม เด็กที่ถูกใช้แรงงานอย่างผิดกฎหมาย และโสเภณีเด็ก จะต้องได้รับสิทธิพื้นฐาน 4 ประการ ดังนี้

1. สิทธิในการมีชีวิต เด็กทุกคนเมื่อเกิดมาแล้วจะมีสิทธิที่จะมีชีวิตอยู่ไม่ว่าจะเกิดมามีร่างกายที่สมบูรณ์หรือไม่ก็ตาม โดยเด็กที่เกิดมาต้องได้รับการจดทะเบียนการเกิด มีสิทธิที่จะได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีที่สุด ทั้งด้านสุขภาพร่างกาย จิตใจ ที่พักอาศัย โภชนาการและการบริการทางการแพทย์เมื่อป่วยไข้ โดยบิดา มารดา ญาติพี่น้องหรือรัฐ เพื่อให้อยู่รอดและเจริญเติบโต สิทธิในการมีชีวิต เช่น สิทธิรับวัคซีนป้องกันโรคต่างๆ สิทธิที่จะได้รับอาหารในปริมาณที่เพียงพอและสะอาด สิทธิที่จะได้รับปัจจัยพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต เช่น อาหาร ที่อยู่อาศัย เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค เป็นต้น

2. สิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองจากกฎหมาย เป็นสิทธิที่เด็กได้รับปกป้องคุ้มครองจากการทารุณกรรมทุกรูปแบบ เช่น 
- การทารุณกรรมทางร่างกาย เป็นการกระทำต่อร่างกายเด็กที่เกิดจากการถูกทำโทษที่รุนแรงเกินไป ทำให้เด็กได้รับความเจ็บปวด เกิดบาดแผล หรือรอยฟกซ้ำ เช่น เฆี่ยนตี ตบ เตะ ต่อย กระชาก กักขัง จับมัด เป็นต้น
- การทารุณกรรมทางด้านจิตใจ เป็นการกระทำที่แสดงด้วยวาจาหรือท่าทาง ทำให้เด็กรู้สึกขาดความรัก น้อยใจ เสียใจ เกิดความหวาดระแวง เกิดความรู้สึกไม่ดีต่อตนเอง เช่น การดุด่า ตะคอก ประจาน เป็นต้น ซึ่งการกระทำดังกล่าวมีความรุนcรงมากกว่าการว่ากล่าวตักเตือนหรือสั่งสอนโดยปกติ
- การล่วงเกินทางเพศ เป็นการกระทำที่หาประโยชน์ทางเพศกับเด็ก โดยที่เด็กไม่รู้สึกว่าเดือดร้อนเพราะไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น แต่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้และพัฒนาการทางบุคลิกภาพที่ผิดปกติ เช่น การแอบดูเด็กขณะที่อาบน้ำ การมีเพศสัมพันธ์กับเด็ก เป็นต้น
- การใช้แรงงานเด็ก  เป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากการทำงานของเด็ก ทำให้เด็กขาดการเรียนรู้ การศึกษา การพัฒนาทางด้านร่างกาย จิตใจ ศีลธรรมและสังคมของเด็ก ในปัจจุบันกฎหมายแรงงานของไทยกำหนดตามพระราชบัญญัติ

3. สิทธิในด้านพัฒนาการ เด็กทุกคนจะได้รับสิทธิให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่เหมาะสมกับพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ สังคม รวมถึงความต้องการ ความพึงพอใจ และความสุขของเด็ก ได้แก่ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมครอบครัว ของโรงเรียน และสังคมที่เด็กอยู่ได้อย่างมีความสุข ได้มีโอกาสเล่น พักผ่อน ได้รับข้อมูลข่าวสาร มีอิสระในการคิดและการแสดงออก ได้รับการกล่อมเกลาทางด้านจิตใจ ความรู้ ความคิดที่เหมาะสมกับวัย ที่สำคัญที่สุด เด็กทุกคนต้องได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน 12 ปี

4. สิทธิในการมีส่วนร่วม เป็นสิทธิที่ให้ความสำคัญกับการแสดงออกทั้งในด้านความคิดและการกระทำของเด็ก ในการเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่อาศัยอยู่ รวมทั้งสิทธิในการปกป้องเรียกร้องผลกระทบที่เกิดกับชีวิตความเป็นอยู่ของเด็ก ด้วยการอนุญาตให้เด็กได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเองและสามารถแสดงความคิดเห็นโดยไม่กระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น